利用者:BrinkDaily986
出典: くみこみックス
การเจาะดิน โดยมากบริษัทรับเจาะดินจะใช้วิธี Wash Boring คือใช้ท่อเหล็กที่เป็นสว่านหรือตัวกระทุ้งกวนดินและใช้น้ำเป็นตัวพาเอาก้อนดินขึ้นมาจากหลุมเจาะสำรวจ ขั้นตอนเจาะสำรวจดินจะเริ่มต้นด้วยการตอกท่อเหล็กป้องกันการเคลื่อนที่ของดินบริเวณหลุมเจาะ (Casing) โดยมีขนาดประมาณ 4 นิ้ว ความยาวโดยเฉลี่ย 3 ถึง 6 เมตร นำหัวกระทุ้งที่เป็นตัวปั่นดินซึ่งต่ออยู่กับหลอดเหล็ก (Rod) หย่อนลงไปกวนดิน ท่อส่งเป็นท่อกลวงในส่วนกลาง ขณะกวนดินจะปั๊มน้ำให้ไหลในหลอดเจาะส่งไปออกที่ปลายล่างสม่ำเสมอ การเจาะดินจะกระทำอย่างสม่ำเสมอจนได้ความลึกมากขึ้นโดยลำดับ และจะเก็บดินตัวอย่างทุกๆช่วงความลึก 1.50 ม. การเก็บดินตัวอย่างจะดึงท่อส่ง (Rod) ขึ้นมาเปลี่ยนหัวเจาะเป็นกระบอกที่ใช้เก็บตัวอย่างดิน ตัวอย่างดินในหลุมเจาะที่ใช้กันอยู่มี2 ประเภทคือ กระบอกแบบบาง (Thin-wall tube) และกระบอกสำหรับตอก Blows (Split spoon tube)
เมื่อได้ดินในหลุมเจาะแล้วจะนำเข้าห้องทดลองเพื่อหาคุณสมบัติต่างๆ ของดินในหลุมเจาะ เช่น ความชื้นของดิน (Natural water content), จุดเหลว (Liquid Limit), PL. (Plastic Limit), น้ำหนักต่อปริมาตร (Unit Weight) จำแนกจำพวกของดินตัวอย่าง และหาค่ากำลังรับแรงเฉือนของดินตัวอย่าง เป็นต้น
เมื่อเจาะดินและทดสอบตัวอย่างดินในหลุมเจาะใน Laboratory Room เรียบร้อยแล้ว ผู้ เจาะสำรวจชั้นดิน จะสรุปเป็นบันทึกผลการเจาะสำรวจชั้นดิน ซึ่งปกติบันทึกผลการเจาะสำรวจดินจะมี ตารางรายงานผลการทดสอบดินในห้องแล็ป (Summary of Test Result) ภาพตัดแสดงลักษณะชั้นดิน และคุณลักษณะต่างๆเทียบกับระยะความลึก (Boring Log) รายการแสดงความสามารถในการรับน้ำหนักของชั้นดินที่ระยะความลึกต่างๆ ฯลฯ
